2009/Mar/17

 ในนี้หลายๆข้อผมคิดเองน่ะครับ แต่ว่าบางข้อคุ้นๆว่ามีที่อื่นด้วยต้งอขอโทษด้วยครับเพราะจำไม่ได้จริงๆว่าเคยเจอทที่ไหนรึเปล่า เลยเอามาเขียนด้วย

 

  1. เวลาคุณพูดกับผู้อื่นคุณมองหา subtitle ไม่พบ
  2. คุณหา icon ของโปรแกรมช่วย download ไม่พบในเวลาที่คุณทำกิจกรรมต่างๆ
  3. คุณจะแทบคลั่งหากออกจากบ้านมาโดยลืมเปิดคอมทิ้งไว้โหลด บิท
  4. เวลาคุณคิดอะไรในใจมักมีเสียงดังออกมา
  5. คุณเพิ่งรู้ตัวว่าฮาร์ดดิสเต็มก็ตอน อนิเม กับเพลงอนิเม ๆลๆ เกี่ยวกับ เมะ ล่อไปกว่า 95% ของฮาร์ดดิสแล้ว
  6. คุณมักทำท่าทางเลียนแบบตัวละครหรือตัวการ์ตูนซึ่งดูน่ารักถึงแม้ว่าผลที่ออกมาจะ...ก็ตาม(ยกเว้นบางคน)
  7. คุณสงสัยว่าทำไมเวลาเพื่อนของคุณโกรธแล้วจึงไม่มีเอฟเฟ็กต์ปรากฏที่ด้านหลัง
  8. คุณพยามหาเด็กสาวโอตาคุทางอินเตอร์เน็ตและเกมออนไลน์
  9. คุณพยามนึกแล้วนึกอีกว่าเมื่อตอนเด็กคุณเคยช่วยเหลือเด็กสาวหรือเป็นเพื่อนกับเด็กสาวที่ไหนบ้างไหม
  10. หรือไม่คุณนึกว่าตอนเด็กมีเด็กสาวหรือหนุ่มแถวบ้านที่ย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นไหม
  11. คุณคิดว่าตัวเองพูดคุยกับยมทูตหรือคู่หูในจิตใจได้
  12. คุณมักตะโกนชื่อท่าออกมาในเวลาที่เล่นกีฬาโดยเฉพาะเทนนิส
  13. คุณเชื่อเด็ก มัธยมประเทศญี่ปุ่นเล่นกีฆาเก่งกว่าทีมชาติ โดยเฉพาะ เทนนิส กับฟุตบอล ออ อเมริกันฟุตบอลด้วย
  14. คุณหวังว่าจะได้พบเพื่อนเก่าหรือรักแรกของคุณในวัยเด็ก
  15. เมื่อคุณพบเพื่อนเก่าโดยบังเอิญคุณจะคิดว่า เพื่อนของคุณต้องผ่านอะไรมามากแน่ๆ
  16. เวลาคุณเห็นเด็กอายุหลักเดียวเดินผ่านไปคุณจะนึกถึงสิ่งที่คุณทำในคุกเป็นอย่างแรก
  17. คุณสับสนระหว่างทางไปคุกกับโรงเรียนอนุบาล
  18. คุณคิดว่าจะได้เห็นสาวหูแมวและชุดเมดในงานโรงเรียนของคุณ
  19. คุณพยามเอาแว่นของเพื่อนสาวคุณออกเพื่อจะดูว่าน่ารักขึ้นหรือเปล่า
  20. (ต่อ)หรือไม่คุณพยามจะเอาแว่นใส่ให้เพื่อนของคุณเพื่อดูว่า moe ขึ้นไม้!
  21. คุณระแวงว่าเพื่อนสาวในห้องของคุณอาจเป็นชายหนุ่มใส่ชุดนักเรียนหญิง
  22. คุณพยามสังเกตเพื่อนชายที่หน้าตาดีของคุณว่าเป็นผู้หญิงปลอมตัวมาหรือเปล่า
  23. คุณพยามหลีกเลี่ยงที่จะเจอช่างซ่อมแอร์เพราะกลัวคำถาม yaranaika?
  24. คุณจะรู้สึกกลัวกับคำว่า urusai หรือ หุบปากเป็นพิเศษ
  25. คุณกังวลว่าเพื่อนสาวของคุณอาจโดนจับไปดัดแปลงให้เป็นอาวุธ
  26. คุณคิดว่าสิ่งที่บินอยู่บนฟ้าเป็นเด็กผู้หญิงติดอาวุธครบมือ
  27. เวลาคุณเห็นผู้ชายเดินด้วยกันคุณจะสงสัยว่าใครเป็น ฝ่ายรุก หรือ รับ
  28. คุณคิดว่าโรงเรียนของคุณมีเวทมนต์หรือไอปีศาจ
  29. คุณคิดว่าครูของคุณเป็นจอมเวทหรือมาจากโลกอื่น
  30. คุณคิดว่าโรงเรียนสตรีล้วนข้างๆโรงเรียนคุณมีครูที่อายุ 10 ขวบสอนอยู่
  31. คุณคิดว่านักเรียนที่เพิ่งย้ายเข้ามาสามารถแปลงร่างหรือใช้เวทมนต์ได้
  32. คุณคิดว่ารถหรือมอเตอร์ไซที่คุณขับอยู่เป็นส่วนหนึ่งของหุ่นยนต์อะไรสักอย่าง
  33. คุณคิดว่าสร้อยคอของคุณยืดออกและใช้เวทมนต์ได้
  34. คุณรวบรวมไพ่เพราะคิดว่าจะทำให้ใช้เวทมนต์ได้
  35. คุณเชื่อว่าไพ่ของคุณมีจิตใจและคุณจะจั่วมันได้ หากภาวนาดีๆ
  36. คุณคิดว่าสามารถเรียกปีศาจออกมาจากไพ่ได้
  37. คุณเลิกเล่นเกมเพราะกลัวว่าหากแพ้จะโดนเกมลงโทษ
  38. คุณพยามไม่โกรธเพราะกลัวจะมีตาที่สามโผล่ออกมา
  39. คุณคิดว่าโรงเรียนของคุณเป็นองค์กรลับที่กำลังทำอะไรสักอย่าง
  40. คุณคิดว่าครูสอนพิเศษคนใหม่ของคุณเป็นมาเฟียและจะสอนให้คุณเป็นหัวหน้าแกงค์
  41. คุณคิดว่าคนในครอบครัวของคุณที่หายไปอย่างลึกลับนั้นเป็นผู้กู้โลก
  42. คุณคิดว่าผลไม้ที่คุณกินไปจะทำให้คุณใช้พลังพิเศษได้ เช่น มืดยืด หรือปล่อยไฟ?
  43. คุณคิดว่าหากคุณนั่งท่าแปลกๆและกัดเล็บจะทำให้คุณฉลาดขึ้น
  44. คุณไม่กล้าเขียนชื่อเพื่อนของคุณลงในสมุดสีดำเพราะกลัวเพื่อนของคุณตาย
  45. หรือไม่คุณพยายามเขียนชื่อเพื่อนและสาเหตุการตายลงในสมุดสีดำเพื่อหวังว่ามันจะตาย
  46. คุณคิดว่าประตูของคุณจะพาไปที่ไหนก็ได้
  47. คุณสงสัยว่าทำไมในลิ้นชักคุณไม่มี ไทม์ แมชชีน
  48. คุณสงสัยว่าทำไมแมวบ้านคุณพูด และนำของวิเศษมาให้คุณไม่ได้
  49. คุณพยามหาอาวุธในรูปปั้นที่คุณพบเพราะคิดว่ามันจะมีระบบรักษาความปลอดภัยติดอยู่
  50. เวลาคุณพูดชื่อการ์ตูนหรือเกม ไหนจะมีคำว่า ตื๊ดด้วยเสมอ เว้นเกมหรือการ์ตูนที่มาจากค่ายเดียวกับ mushiking
  51. คุณคิดว่าพ่อบ้านของคุณเก่งยิ่งกว่ากันดั้ม
  52. คุณพยามจับพ่อบ้านของคุณใส่ชุด เมด
  53. คุณคิดว่าพ่อบ้านและเมดทุกคนมีท่าไม้ตาย
  54. คุณคิดว่าผู้ชายที่ใส่ชุดเมดจะบ้าพลังและปล่อยแสงได้
  55. คุณช่วยเหลือคนแก่และเด็กที่ได้รับความเดือดร้อนเพราะคิดว่าเป็น เศรษฐฐีหรือผู้มีพลังพิเศษปลอมตัวมา
  56. คุณสงสัยว่าบุคคลที่มักไม่พูดในห้องเป็นนักบินของหุ่นยนต์อะไรสักอย่างหรือมนุษย์ต่างดาว
  57. คุณคิดว่าเพื่อนในห้องของคุณเป็นพระเจ้า
  58. คุณพยามรวบรวมลูกบอลสีส้มๆเพื่อเรียกมังกร
  59. คุณคิดว่าหากย้อมผมทองตัวเองจะเก่งขึ้น
  60. คุณคิดว่าพระเจ้าอยู่ในวิหารบนฟ้า
  61. คุณคิดว่าตัวเองเคยตายและฟื้นขึ้นมาด้วยพลังของอะไรบางอย่าง
  62. คุณคิดว่าลิงปล่อยพลังได้
  63. คุณคิดว่าหากใส่แว่นจะทำให้เห็นค่าความเก่งของคนอื่น
  64. คุณคิดว่าต่อให้บาดเจ็บปางตายยังไงกินถั่วเม็ดเดียวก็หาย
  65. คุณไปหาเรื่องนักเลงข้างบ้านเพราะคิดว่าหากใกล้ตายแล้วรอดจะเก่งขึ้น
  66. คุณพยามกระโดดลงทะเลหลายครั้งเพราะอยากได้นางเงือกมาเป็นเจ้าสาว(คงไม่เจอนายเงือกแบบ kk นะ)
  67. คุณพยามเอาน้ำราดขาเพื่อนคุณเพราะอยากรู้ว่าจะมีหางโผล่มาไม้
  68. คุณกินอาหารทะเลน้อยลงเพราะคิดว่ามันเป็นเด็กสาว moe
  69. คุณคิดว่าสาวสวยในห้องคุณเป็นลูกยากูซ่า(โรงเรียนชายล้วนก็ข้ามไปเหอะ)
  70. คุณคิดว่าหากมีสาวสวยคนนึงย้ายโรงเรียนมาเธอมักจะมีเพื่อนตามมาด้วย
  71. คุณคิดว่าคุณจะซื้อแหวนตามงานเทศกาลให้แฟนคุณ
  72. คุณรู้สึกมีพลังมากขึ้น 3 เท่าเวลาใช้สิ่งของสีแดง
  73. คุณเชื่อว่าสีต่างๆมีคุณสมบัติดังนี้  สีแดง-แรงสามเท่า  สีขาว-พระเอกguเทพ 3 เท่า สีส้ม-ล่อเป้า 3 เท่า  สีเขียว-ตัวประกอบเบ๊ 3 เท่า   สีทอง-โคตรโกง 3 เท่า(ยิ่งขึ้นราคาอยู่ด้วย)
  74. คุณคิดว่าเวลามีแสงแวบบนหัวจะทำให้คุณหลบกระสุนปืนได้
  75. คุณคิดว่าหากคุณโดนหัวหน้าตบจะทำให้พลังนิวไทป์ตื่น
  76. คุณสงสัยว่าเพื่อนคุณที่เก่งวิชาคอมพิวเตอร์เป็น โคออดิเนเตอร์ รึเปล่า
  77. คุณเชื่อว่า บนอวกาศมีเสียงระเบิด ทั้งๆที่ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วมัน...
  78. คุณคิดว่าแฟนสาวของคุณสามารถติดต่อกับฐานบนดวงจันทร์ได้
  79. คุณเอาสีทองมาทามือเพราะคิดว่าจะทำให้เก่งขึ้น
  80. คุณสงสัยว่าตัวเองเก่งกว่า อามูโร่ไม้หากได้ขับกันดั้ม
  81. คุณคิดว่าหนู hamster ของคุณพูดได้แต่ไม่ยอมพูดกับคุณ
  82. คุณพยามหาโรงฝึกที่มีสอนทั้ง คาราเต้ ยูโด มวยจีน มวยไทย และการใช้อาวุธ
  83. คุณคิดว่าผู้เรียนศิลปะการต่อสู้ทุกคนปล่อยแสงที่ตาได้
  84. คุณคิดว่าตัวเองสามารถอ่านตัวอักษรแปลกๆหรือตัวอักษรโบราณได้
  85. คุณพยามหาเอาขนนกไปให้เพื่อนสาวของคุณ
  86. คุณพยามมองหาร้านขายของที่มีแม่มดเป็นเจ้าของ
  87. คุณคิดว่ามีตุ๊กตาที่พูดได้และสามารถนำคุณข้ามมิติได้
  88. คุณคิดว่าเด็กผู้หญิงที่พบเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
  89. คุณพยามสังเกตเพื่อนหน้าโหดของคุณว่าแอบเลี้ยงอะไรน่ารักๆไว้ไหม
  90. คุณขอความเห็นเกี่ยวกับความรักทางอินเตอร์เน็ต
  91. คุณคิดว่านายกประเทศคุณกำลังวางแผนครองโลก
  92. คุณคิดว่าเหตุการ์ณยึดสนามบินที่ผ่านมาเพราะมีองค์กรลับปล่อยคลื่นอะไรสักอย่างมาล้างสมอง
  93. คุณคิดว่า สมจิตร ได้เหรียญทองโอลิมปิกเพราะ เข้าไปฝึกวิชาในป่า
  94. คุณคิดว่า สาเหตุที่ นายกคนใหม่ได้ตำแหน่งเพราะมีองค์กรใต้ดินที่ต้องการครองโลกสนับสนุน(มุขแรงไปไม้หว่า)
  95. คุณคิดว่าเพื่อนของคุณเป็นยมทูต
  96. เวลาคุณโดนรุมคุณคิดว่าตะโกนบังไคแล้วจะเก่งขึ้น
  97. คุณคิดว่าดาบสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้หากตะโกนชื่อดังๆ
  98. คุณคิดว่าที่เพื่อนบ้านคุณตายเพราะโดนฮอลโลว์ทำร้าย
  99. คุณพยามไม่โดนน้ำร้อนเพราะกลัวว่าจะทำให้คุณกลายเป็นผู้หญิง
  100. คุณพยามเอาน้ำร้อนไปราดสัตว์ชนิดต่างๆเพราะอยากให้มันแปลงร่าง
  101. คุณพยามหาชมรม host ในโรงเรียนของคุณ
  102. คุณพยามมองหานักเรียน หญิงที่แต่งชายในโรงเรียนคุณ
  103. คุณคิดว่าหากพูด โอโย๊ะหโยแล้วจะทำให้แข็งแรงขึ้น
  104. คุณคิดว่าหากกินเหล็กมากๆจะมีปีกและปล่อยแสงได้
  105. คุณจะกระโดดหลบทันทีที่เห็นเด็กสาววิ่งมาเพราะกลัวกระเด็น
  106. คุณคิดว่าสาเหตุที่คุณสอบเข้าโรงเรียนที่ต้องการไม่ได้เพราะว่าอ่านอักษรเวทมนต์ไม่ออก
  107. คุณคิดว่าต้นไม้เป็น ภูติสาวน้อยโมเอะ
  108. คุณคิดว่าหากแดว่งบัตรนักเรียนไปมาคุณจะใช้เวทมนต์ได้
  109. คุณคิดว่าที่คุณจีบสาวเก่งเพราะ dna เพลย์บอยในร่างคุณ
  110. คุณคิดว่าประชากรบนโลกในอนาคตโดยมากจะเป็นลูกหลานคุณ
  111. คุณคิดว่าบนสถานีอวกาศมีกลุ่มเด็กสาวทำงานอยู่
  112. คุณคิดว่ามีรองเท้าที่ทำให้คุณสามารถบินได้
  113. คุณคิดว่ามีรองเท้าที่สามารถเตะทีเดียวแหวกอากาศได้
  114. คุณคิดว่าหากเอาผ้ามาปิตาจะทำให้มีบุคลิกมากขึ้น
  115. คุณคิดว่ามีเกมที่สามารถเล่นตอนคุณหลับได้
  116. คุณพยามจะเข้ากองกำลังต่อต้าน gm ในเกมที่คุณเล่น
  117. คุณคิดว่าเด็กที่เรียนเก่งหรือลุกลี้ลุกลนในห้องคุณมี esp แน่ๆ
  118. คุณคิดว่าจะมีกบ 5 ตัวมาวางแผนยึดครองโลก
  119. คุณเชื่อว่า บริษัท Bandai ทำให้ชาวโลกรอดพ้นจากโลกแตกในการทำนายของนอสตราดามุส
  120. คุณคิดว่ามีวิญญาณที่ห้องเก็บของของคุณ
  121. คุณเชื่อว่าครูคนใหม่ของคุณเป็นมนุษย์ต่างดาวที่มาสำรวจโลก
  122. คุณคิดว่าเพื่อนของคุณบางคนอาจเป็นโรคที่หลับแล้วอายุไม่เพิ่ม
  123. คุณสงสัยว่าคนหน้าโหดในห้องคุณจะเป็นคนรักสะอาดไม้
  124. คุณใม่กล้าเข้าใกล้เด็กสาวที่ตัวเล็กและหน้าอกแบนเพราะกลัวโดนต่อย
  125. คุณคิดว่ามีเหล็กไหลที่สามารถกลายเป็นหอกได้
  126. คุณคิดว่าหัวใจของคุณเป็นเหล็กเทวะ
  127. คุณคิดว่าในนาฬิกาของคุณมีเข็มอาบยาสลบซ่อนอยู่
  128. คุณคิดว่ารองเท้าของคุณสามารถปรับระดับการเตะไปมาไปได้
  129. คุณคิดว่าเด็กที่คุณพบตัวเล็กลงเพราะกินยาขององค์กรลับ
  130. คุณสงสัยว่าทำไมเวลาไปที่ไหนจึงไม่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมบ้าง
  131. คุณคิดว่าหากได้ทานก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆจะเห็นสายรุ้งได้
  132. คุณพยามเข้าไปหาหอกเก่าๆในห้องเก็บของของคุณเพื่อหวังว่ามันจะทำให้ผมคุณยาวขึ้น
  133. คุณพยามหลบคนที่แบกปืนไปมาเพราะกลัวว่าคุณจะถูกแบล็กเมล์
  134. คุณคิดว่าหากใส่ eyes shield แล้วจะวิ่งไวขึ้น
  135. คุณสงสัยว่าลุงหน้าแก่ที่พบเป็นเด็กม.ปลายหรือเปล่า
  136. คุณสงสัยว่าทำไมในลูกข่างของคุณจึงไม่มีสัตว์เทพสถิตอยู่
  137. คุณพยามทำให้ลูกข่างของคุณขยับตาสมใจนึก
  138. คุณสงสัยว่าทำไมกีฬาโอลิมปิกจึงไม่บรรจุเบเบรดเข้าไป
  139. คุณคิดว่าหากหมุนตัวแล้วปาครัชเกียร์ออกไปจะทำให้มันใช้ไม้ตายได้
  140. คุณพยามเรียกสัตว์อสูรออกมาจากลูกข่างของคุณ
  141. คุณคิดว่าคุณสื่อใจกับ ของเล่นได้

 

 

2008/Dec/31

" บะหมี่น้ำหนึ่งชาม "

from : fw mail

-----------------------------------------------------------------------------------

  เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว วันที่ 31 ธันวาคม
ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่ร้านบะหมี่ "ฮอกไก" บนถนนซัปโปโร

การกินบะหมี่โซบะในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั้นเป็นประเพณีของชาวญี่ปุ่น
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ร้านบะหมี่ขายดีในวันสิ้นปี
"ร้านฮอกไก" นี้ก็เช่นกัน ในวันนี้คนแน่นร้านแทบทั้งวัน
จนกระทั่งถึงเวลา 22.00 น. คนก็เริ่มน้อยลง โดยปกติแล้วบนถนนสายนี้คนจะแน่นขนัดไปจนถึงเช้าตรู่
แต่วันนี้ทุกคนจะต้องรีบกลับบ้านเพื่อไปต้อนรับปีใหม่กัน ดังนั้นถนนสายนี้จึงปิดร้านเร็วกว่าปกติ

เถ้าแก่ของร้าน "ฮอกไก" เป็นคนซื่อ และเถ้าแก่เนี้ยก็เป็นคนอัธยาศัยใจคอดี
ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า พอลูกค้าคนสุดท้ายกลับไป
ในขณะเถ้าแก่เนี้ยก็จะปิดร้าน
ประตูร้านก็ถูกเปิดออกอย่างเบา ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งพาเด็กชายสองคน
คนหนึ่งประมาณ 6 ขวบกับอีกคนหนึ่งประมาณ 10 ขวบเข้ามาในร้าน
เด็กชายทั้งสองคนสวมชุดกีฬาใหม่เอี่ยมเหมือนกันทั้งสองคน
ส่วนหญิงคนนั้นสวมโอเวอร์โค้ทลายสก๊อตเก่า ๆ เชย ๆ

"เชิญนั่งครับ" เถ้าแก่ร้องทักทายออกมา

หญิงคนนั้นเอ่ยปากอย่างขลาดกลัวว่า "ขอบะหมี่น้ำสักชามได้ไหมค๊ะ"
เด็กชายสองคนที่อยู่ข้างหลังสบตากันอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก

"ได้ค่ะ ได้ค่ะ ทำไมจะไม่ได้ล่ะค่ะ เชิญนั่งก่อนค่ะ"
เถ้าแก่เนี้ยพาพวกเขาไปนั่งที่โต๊ะเบอร์สองชิดกำแพง
แล้วตะโกนบอกไปทางห้องครัวว่า "บะหมี่น้ำหนึ่งชาม"
บะหมี่หนึ่งชามมีบะหมี่แค่หนึ่งก้อน
เถ้าแก่คิดแล้วก็ใส่บะหมี่เพิ่มไปอีกครึ่งก้อน ต้มบะหมี่ได้ชามเบ้อเริ่ม
ทั้งเถ้าแก่เนี้ยและสามแม่ลูกต่างก็ไม่รู้เรื่อง
สามแม่ลูกนั่งล้อมชามบะหมี่กินกันอย่างเอร็ดอร่อย กินพลางพูดพลาง
"ทานเถอะครับ" ลูกคนพี่พูด

"แม่ทานหน่อยสิครับ"ลูกคนน้องพูดไปก็คีบบะหมี่ให้แม่กิน
ไม่นานก็กินบะหมี่หมดชาม จ่ายเงินไปหนึ่งร้อยห้าสิบเยน
แล้วทั้งสามคนก็ชมว่า "ขอบคุณมากค่ะ(ครับ) บะหมี่อร่อยมากค่ะ(ครับ)"
พร้อมกับค้อมตัวเล็กน้อยแล้วลาจากไป

"ขอบคุณมากค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)"
ทั้งเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยต่างก็กล่าวขอบคุณ
.
.
.
ทำงานไปวันแล้ววันเล่ายุ่งตั้งแต่เช้าจรดเย็น และแล้วก็ผ่านไปอีกหนึ่งปี
วันที่ 31 ธันวาคมก็เวียนมาครบรอบอีกครั้งหนึ่ง ในวันส่งท้ายปีเก่า
ร้านบะหมี่ "ฮอกไก" ก็ยังคงขายดีและดูเหมือนจะขายดีกว่าปีที่ผ่านมา
สองตายายยังคงยุ่งวุ่นวายอยู่กับการค้าขาย
และแล้ววันที่วุ่นวายก็จบสิ้นลง
22.00น.กว่า ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะปิดร้านอยู่นั้น
ประตูร้านก็ถูกผลักออกเบา ๆ
ผู้ที่เข้ามาก็คือหญิงวัยกลางคนกับเด็กชายสองคน
พอเห็นเสื้อโอเวอร์โค้ทที่เก่า และเชย
เถ้าแก่เนี้ยก็นึกขึ้นมาได้ว่าเป็นลูกค้าคนสุดท้ายในวันส่งท้ายปีเก่าของปีที่แล้วนั่นเอง
"ขอบะหมี่น้ำหนึ่งชามได้มั๊ยค่ะ"

"ได้ค่ะ ได้ค่ะ เชิญนั่งตามสบายนะค๊ะ"
เถ้าแก่เนี้ยนำพวกเขาไปนั่งที่เดิมที่เคยนั่งเมื่อปีที่แล้ว โต๊ะเบอร์สอง
ตะโกนไปพลางว่า "บะหมี่น้ำหนึ่งชาม" เถ้าแก่รับคำพลาง
จุดเตาที่เพิ่งจะดับไปพลาง "ได้ครับ บะหมี่น้ำหนึ่งชาม"
เถ้าแก่เนี้ยแอบไปพูดที่ข้างหูของเถ้าแก่ว่า "นี่ตาแก่ ต้มบะหมี่ให้พวกเขาสามชามไม่ได้หรือ"
"ไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นจะทำให้พวกเขาอายและไม่สบายใจได้รู้มั๊ย" สามีตอบพลาง
แล้วโยนบะหมี่อีกครึ่งก้อนลงไปในหม้อที่น้ำกำลังเดือดพล่าน
เดินไปยืนข้างภรรยาแล้วก็ยิ้ม ภรรยาก็พูดขึ้นว่า"เห็นเธอซื่อ ๆ ทึ่ม ๆ ไม่นึกเลยว่าจิตใจก็ดีเหมือนกันนะ"
ฝ่ายสามีเดินไปตักบะหมี่ชามใหญ่ที่กลิ่นหอมชวนกินชามนั้นแล้วให้ภรรยายกไปให้สามแม่ลูก
สามแม่ลูกนั่งล้อมชามบะหมี่ กินไปพลางคุยไปพลาง
เสียงคุยของสามแม่ลูกดังถึงหูของตายาย

"หอมจังเลย…ยอดไปเลย…อร่อยจริง ๆ "

"ปีนี้สามารถกินบะหมี่ของร้านฮอกไกได้ นับว่าไม่เลวทีเดียว"

"ถ้าปีหน้าสามารถมากินได้อีกก็ดีนะสิ"
กินเสร็จก็จ่ายเงินไปหนึ่งร้อยห้าสิบเยน
แล้วสามแม่ลูกก็เดินออกจากร้านฮอกไกไป

"ขอบคุณค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)" มองตามหลังสามแม่ลูกจนลับหายไป
สองตายายก็ยกเรื่องสามแม่ลูกมาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกไปได้ระยะหนึ่ง

ในวันสิ้นปีของสามปีมานี้ กิจการของร้านฮอกไกดีมาก
สองตายายต่างก็ยุ่งจนไม่มีเวลาคุยกัน แต่พอเลย 21.00น.ไปแล้ว
สองตายายก็เริ่มกระวนกระวายใจขึ้นมา พอถึง 22.00น.
พนักงานในร้านต่างก็รับอั้งเปาแล้วก็แยกย้ายกันกลับไป

พอคนกลับไปหมดแล้วเจ้าของร้านทั้งสองก็ช่วยกันเอาป้ายราคาบะหมี่ในร้านที่ เขียนไว้ว่า "บะหมี่ชามละสองร้อยเยน" ที่แขวนไว้ตามผนังทั้งหมดพลิกกลับหลัง
แล้วช่วยกันเขียนใหม่ว่า "บะหมี่ชามละร้อยห้าสิบเยน"
30นาทีก่อนเถ้าแก่เนี้ยก็เอาป้าย "จองแล้ว" ไปวางไว้บนโต๊ะเบอร์สอง

เหมือนกับว่าจะมีเจตนารอแขกที่ลูกค้าออกจากร้านไปหมดแล้วถึงจะมาอย่างนั้นแหละ
22.30น. ในที่สุดสามแม่ลูกก็ปรากฎตัวขึ้น
พี่ชายสวมเครื่องแบบมัธยมของรัฐแห่งหนึ่ง
น้องชายสวมเสื้อแจ๊คเก็ทที่พี่ชายสวมเมื่อปีก่อนดูหลวมและไม่พอดีตัว
เด็กทั้งสองคนโตขึ้นมาก
ส่วนผู้เป็นแม่ก็ยังคงสวมเสื้อโค้ทลายสก๊อตที่ทั้งเก่าและเชยแถมสีซีดตัวเดิม

"เชิญค่ะ เชิญค่ะ" เถ้าแก่เนี้ยกล่าวทักทายอย่างมีน้ำใจ

มองใบหน้าอันยิ้มแย้มและท่าทางต้อนรับอย่างเต็มที่ของเถ้าแก่เนี้ย
ทำให้ผู้เป็นแม่นั้นเปล่งคำพูดออกมาอย่างงกงกเงิ่นเงิ่นว่า
"รบกวนช่วยทำบะหมี่น้ำให้สักสองชามได้ไหมค่ะ"
"ได้ค่ะ เชิญนั่งทางนี้ค่ะ" เถ้าแก่เนี้ยนำแม่ลูกไปนั่งยังโต๊ะเบอร์สอง
แล้วรีบเอาป้าย"จองแล้ว"ออกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แล้วตะโกนบอกไปทางครัวว่า
"บะหมี่น้ำสองชาม" "ได้ครับ บะหมี่น้ำสองชามได้เดี๋ยวนี้แหละครับ"
เถ้าแก่พลางตอบ พลางโยนบะหมี่ลงไปในหม้อน้ำสามก้อน สามแม่ลูกกินไปพูดไป
ดูแล้วเหมือนมีความสุขกันมาก

สองสามีภรรยาที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำบะหมี่ได้รับรู้ถึงความสุขที่พวกเขาได้รับ กันในใจก็พลอยเบิกบานไปด้วย

"ลูกรัก วันนี้แม่ต้องขอบคุณลูก ๆ เป็นอย่างมาก"

"ขอบคุณ ?"

"ทำไมครับ"

"เรื่องเป็นอย่างนี้

คือคุณพ่อของลูกที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปได้ทำให้คนอีกแปดคนได้รับบาดเจ็บ และทางบริษัทประกันก็ไม่รับผิดชอบในส่วนนั้น
ในช่วงหลายปีมานี่ทำให้เราต้องจ่ายเงินเดือนละห้าหมื่นเยนทุกเดือน"

"เอ๊ะ เรื่องนี้เราก็ทราบกันอยู่แล้วนี่ครับ" ผู้เป็นพี่ตอบ
ส่วนเถ้าแก่เนี้ยได้แต่ตั้งใจฟังอย่างเงียบ ๆ อยู่หลังโต๊ะทำอาหาร

"แต่เดิมนั้นเเราต้องชำระหนี้ไปจนถึงปีหน้าเดือนมีนาคม
แต่ตอนนี้เราได้ชำระหนี้ไปหมดแล้ว"

"จริง ๆ หรือครับ แม่"

"จริงสิจ๊ะ นี่เป็นเพราะว่าพี่ชายของลูกขยันไปส่งหนังสือพิมพ์
ส่วนตัวลูกเองก็ช่วยแม่ซื้อกับข้าวทำอาหาร ทำให้แม่ไปทำงานได้อย่างเต็มที่
ทางบริษัทจึงได้ให้เงินเบี้ยขยันพร้อมทั้งเงินโบนัสพิเศษอื่น ๆ อีก
จึงทำให้วันนี้สามารถชำระในส่วนที่เหลือได้หมด"

"ว้าว แม่ครับ พี่ครับ อย่างนี้ก็วิเศษสิครับ
แต่ว่าต่อไปขอให้ผมได้ช่วยทำอาหารต่อไปเถอะนะครับ"

"ผมก็จะส่งหนังสือพิมพ์ต่อนะครับ ไอ้น้องชาย
เราต้องร่วมแรงร่วมใจกันสู้หน่อยแล้วนะ"

"ขอบใจลูกทั้งสองมาก ขอบใจจริง ๆ "

"แม่ครับผมกับน้องก็มีความลับจะบอกกับแม่เหมือนกันครับ คือ


ในวันอาทิตย์วันหนึ่งของเดือนพฤศจิกายนโรงเรียนของน้องได้แจ้งให้ผู้ปกครองไปเยี่ยมชมนักเรียนในห้องเรียนในวันพบผู้ปกครอง
คุณครูของน้องยังได้แนบจดหมายมาอีกหนึ่งฉบับว่า
เรียงความของน้องได้ถูกคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของฮอกไกโด
เพื่อไปแข่งขันเรียงความทั่วประเทศ นี่ผมได้ยินมาจากเพื่อน ๆ
ของน้องนะครับผมถึงทราบ ดังนั้นในวันนั้นผมจึงไปเป็นตัวแทนแม่ไปร่วมในงานวันพบผู้ปกครองของน้อง"

"จริงหรือลูก แล้วต่อมาล่ะ"

"หัวข้อที่คุณครูให้เรียงความคือ "ความปรารถนาของข้าพเจ้า"
น้องได้เอาเรื่องของบะหมี่น้ำหนึ่งชามมาเขียนเป็นเรียงความ
แล้วยังได้อ่านต่อหน้าทุกคนด้วย"

"เรียงความเขียนว่า…หลังจากที่คุณพ่อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้ว
ได้ทิ้งหนี้สินให้เรามากมาย เพื่อที่จะชำระหนี้
คุณแม่ต้องทำงานดึกดื่นหามรุ่งหามค่ำทุกวัน
แม้แต่เรื่องของผมที่ต้องไปส่งหนังสือพิมพ์ น้องก็ยังเอาไปเขียนเลย…"

"ยังมีอีก น้องยังเขียนถึงในคืนวันที่ 31 ธันวาคม
พวกเราสามคนแม่ลูกได้มาล้อมวงกันกินบะหมี่น้ำ
อร่อยมาก…สามคนกินบะหมี่น้ำแค่ชามเดียว
คุณตาคุณยายเจ้าของร้านยังกล่าวขอบคุณพวกเราอีก
แล้วยังอวยพรวันปีใหม่ให้พวกเราอีก

เสียงเหล่านั้นเหมือนกับว่าให้กำลังใจให้เข้มแข็งที่จะยืนหยัดมีชีวิตอยู่ ต่อไป พยายามปลดเปลื้องหนี้สินทั้งหลายของคุณพ่อให้หมดให้เร็วที่สุด…"

"ด้วยเหตุนี้น้องจึงได้ตัดสินใจว่าโตขึ้นน้องจะเปิดกิจการร้านบะหมี่
แล้วจะต้องเจ้าของร้านบะหมี่ยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย

แล้วยังจะให้กำลังใจแก่ลูกค้าทุกคน…ขอให้มีความสุขครับ…ขอบคุณครับ…"

สองตายายเจ้าของร้านบะหมี่ที่ยืนฟังอยู่หลังโต๊ะทำบะหมี่จู่ ๆ ก็หายตัวไป
พวกเขาไม่ได้หายไปไหนเลยเพียงแต่คุกเข่ากันอยู่ใต้โต๊ะ
ในมือถือปลายผ้าขนหนูกันคนละข้าง
พยายามซับน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุดเหมือนทำนบพังนั้นอย่างไม่ลดละ

"พอน้องอ่านเรียงความจบ คุณครูก็พูดว่า
วันนี้พี่ชายได้มาเป็นตัวแทนของคุณแม่
ดังนั้นขอเชิญพี่ชายขึ้นมากล่าวอะไรสักหน่อยค่ะ "

"จริงหรือลูก แล้วลูกทำอย่างไรหล่ะ"

"ก็มันกระทันหันเกินไป ตอนแรก ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
ผมจึงพูดว่า…ขอบคุณทุกคนที่เอาใจใส่น้องผมเป็นอย่างดี
น้องผมต้องไปจ่ายตลาดซื้อกับข้าวกลับมาหุงหาอาหารทุกวัน
ดังนั้นในเวลาที่เพื่อน ๆ ทุกคนมีกิจกรรมกันในตอนเย็นก็มักจะอยู่ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ได้เพราะต้องรีบกลับบ้าน
เมื่อเป็นอย่างนี้คงจะทำให้ทุกคนวุ่นวายกันพอสมควร
เมื่อครู่นี้ตอนที่ได้ยินน้องอ่านเรียงความเรื่องบะหมี่น้ำหนึ่งชาม ผมรู้สึกอายมาก
แต่พอได้เห็นน้องยืดอกอ่านเรียงความเรื่องบะหมี่น้ำหนึ่งชามด้วยเสียงอันดังนั้น จนจบ
ถึงได้รู้สึกว่าความรู้สึกอายเมื่อสักครู่นี้ถึงจะเรียกว่าเป็นความอายจริงๆ
"หลายปีมานี้ ความกล้าของคุณแม่ที่จะสั่งบะหมี่น้ำหนึ่งชามนั้นเพื่อกินกันสามคนนั้น
ผมกับน้องจะไม่มีวันลืมเป็นอันขาด ผมและน้องจะต้องขยัน และดูแลแม่เป็นอย่างดี
และผมขอฝากน้องของผมให้ทุกคนช่วยดูแลด้วยครับ"

สามแม่ลูกกุมมือกันเงียบ ๆ ตบไหล่ กินบะหมี่หมดอย่างมีความสุขกว่าทุก ๆ ปี

จ่ายเงินไปสามร้อยเยนกล่าวขอบคุณค้อมตัวลงเคารพและเดินออกจากร้านไป
มองตามหลังสามแม่ลูกไป เจ้าของร้านจึงได้รู้สึกว่าปีนี้ได้ผ่านไปแล้วจริง ๆ
พร้อมกับกล่าวว่า "ขอบคุณค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)"
.
.

และแล้วก็ผ่านไปอีกปีหนึ่ง


พอถึงเวลา21.00น.ทางร้านฮอกไกก็วางป้าย"โต๊ะจอง"ไว้บนโต๊ะเบอร์สองและเฝ้ารอคอยการมาเยือนของสามแม่ลูกเช่นเคย
แต่ในปีนั้นสามคนแม่ลูกไม่ได้มาปรากฏตัวที่ร้านเลย

ปีที่สอง ปีที่สาม โต๊ะเบอร์สองก็ยังคงว่างอยู่เช่นเดิม
สามแม่ลูกไม่ได้มาที่ร้านฮอกไกอีกเลย กิจการของร้านฮอกไกดีมาก
เรียกว่าดีวันดีคืนเลยทีเดียว ภายในร้านมีการตกแต่งใหม่
โต๊ะเก้าอี้ก็มีการเปลี่ยนใหม่
จะมีก็แต่โต๊ะเบอร์สองที่เก็บรักษาไว้เหมือนเดิม

"นี่มันเรื่องอะไรกัน" ลูกค้าหลายคนต่างก็ถามด้วยความกังขา
เถ้าแก่เนี้ยก็เลยเล่าเรื่องบะหมี่หนึ่งชามให้แก่ลูกค้าฟัง

โต๊ะเก่าตัวนั้นวางอยู่กลางร้านเหมือนกับว่าเป็นการให้กำลังใจตัวเองอย่าง หนึ่ง และก้อไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งลูกค้าทั้งสามอาจจะกลับมาอีก
พวกเขาหวังว่าจะใช้โต๊ะเก่าตัวนั้นในการต้อนรับลูกค้าทั้งสามของเขา

โต๊ะเบอร์สองตัวนั้นเปลี่ยนเป็นชื่อว่า "โต๊ะแห่งความสุข"
ลูกค้าต่างก็พูดต่อๆ กันไป

มีนักเรียนหลายคนอยากเห็นโต๊ะตัวนี้ถึงขนาดที่ว่านั่งรถมาจากที่ไกลแสนไกลมากินบะหมี่ และเจาะจงที่จะนั่งโต๊ะตัวนี้

ผ่านวันที่ 31 ธันวาคม ไปอีกหลาย ๆ ปี
เจ้าของร้านค้าในระแวกใกล้เคียงร้านฮอกไก
พอถึงวันสิ้นปีหลังจากปิดร้านแล้วก็มักจะมารวมตัวฉลองโดยการกินบะหมี่ที่ร้านฮอกไก
กินไปพลาง ก็รอเสียงระฆังส่งท้ายวันสิ้นปีเก่าไปพลาง
แล้วทุกคนก็ไปวัดเพื่อไหว้พระด้วยกัน เป็นธรรมเนียมมา 5-6 ปีแล้ว

ในวันนี้พอเลย 21.30น.ไปแล้ว
เจ้าของร้านขายปลามาถึงก่อนพร้อมทั้งนำซาซิมิมาด้วย
ต่อจากนั้นก็มีคนมาเรื่อยๆ เป็นระยะ บ้างก็เอาเหล้ามา บ้างก็เอาอาหารกับแกล้มมา
ปกติแล้วก็จะรวมตัวกันได้ประมาณ 30-40 คน ต่างก็คึกคักกันมาก
ทุกคนที่มานั้นต่างก็รู้ตำนานเกี่ยวกับโต๊ะเบอร์สอง
ทุกคนก็พยายามไม่เอ่ยถึงมันแต่ในใจต่างก็คิดกันว่า
วันนี้"โต๊ะจอง"ตัวนั้นไม่มีคนที่พวกเขาเฝ้ารอมานั่ง
มันคงจะว่างเปล่าเพื่อส่งท้ายปีเก่าอีกเช่นเดิม

พวกเขาบ้างก็กินเหล้า บ้างก็กินบะหมี่ บ้างก็เข้า ๆ ออก ๆ
พอเตรียมกับข้าวกับแกล้ม ต่างก็กินกันไปคุยกันไป พูดเรื่องการค้าบ้าง
คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ แม้แต่น้ำทะเลขึ้นลง
ในระยะนี้บ้านไหนมีเด็กเกิดใหม่ ก็นำมาพูดคุยในวงสนทนา คุยมันทุก ๆ เรื่อง
จนเหมือนกับว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน
เวลาผ่านไปจนถึง 22.30น. ทันใดนั้นเองประตูร้านก็ถูกผลักออกเบา ๆ
ทุกคนในร้านหยุดพูดคุยกัน สายตาทุกคู่มองตรงไปยังประตูร้าน
ชายหนุ่มสองคนยืนสง่าในชุดสูทสากล พาดโอเวอร์โค้ทไว้บนแขน
พอเห็นว่าผู้ที่มาเป็นใครทุกคนก็รู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง
และเริ่มสนทนากันต่อไปอย่างคึกคัก ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะพูดว่า

"ขอโทษค่ะ ที่นั่งเต็มหมดแล้วค่ะ"
เพื่อปฏิเสธลูกค้าที่ไม่ได้รับเชิญอยู่นั้น


ก็มีหญิงคนหนึ่งสวมชุดกิโมโนเดินเข้ามายืนระหว่างกลางของชายหนุ่มทั้งสองคน
ทุกคนในร้านแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินคุณนายผู้นั้นพูดว่า
"เอ้อ…รบกวน…รบกวนช่วยทำบะหมี่ให้สามชามได้ไหมค๊ะ"
ทันทีที่เถ้าแก่เนี้ยได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
เวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว
ภาพของสามแม่ลูกในความทรงจำ กับภาพของสามแม่ลูกตรงหน้า
เธอพยายามจะนำทั้งสองภาพมาวางซ้อนกัน
เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ที่โต๊ะทำบะหมี่
ชี้นิ้วไปยังทั้งสามแม่ลูก "พวกคุณ .. พวกคุณ" เขาพูดได้เพียงแค่นั้น
คำพูดทุกคำจุกอยู่ที่คอ

ชายหนุ่มหนึ่งในสองคนเห็นท่าทีของเถ้าแก่เนี้ยที่ทำอะไรไม่ถูกก็เลยพูดกับเถ้าแก
่เนี้ยว่า "พวกเราสามคนแม่ลูก

ที่เมื่อสิบสี่ปีก่อนในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มาสั่งบะหมี่น้ำหนึ่งชามทานกันสามคนไงครับ
และพวกเราก็ได้รับกำลังใจจากบะหมี่น้ำชามนั้น
พวกเราจึงได้สามารถยืนหยัดมาถึงวันนี้ได้"

"หลังจากนั้นก็อพยพครอบครัวไปอาศัยอยู่กับยายที่อำเภอชิกะ
ปีนี้ผมสอบผ่านได้เป็นนายแพทย์แล้ว
ตอนนี้ผมเป็นแพทย์ฝึกหัดแผนกกุมารเวชที่โรงพยาบาลเกียวโต
ปีหน้าเดือนเมษายนก็จะย้ายมาประจำโรงพยาบาลกลางของซัปโปโรแล้ว"

"วันนี้พวกเราก็เลยแวะมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำความรู้จักและฝากเนื้อฝากตัว
แล้วเลยไปไหว้สุสานของคุณพ่อ
และน้องชายที่ครั้งหนึ่งเคยใฝ่ฝันว่าจะเป็นเจ้าของกิจการร้านบะหมี่นั้น
ขณะนี้ได้ทำงานในธนาคารเกียวโต ได้เสนอความคิดที่เริดเรออย่างหนึ่งก็คือ
ปีนี้ในวันส่งท้ายปีเก่า
พวกเราสามคนแม่ลูกจะมาเยี่ยมคารวะเจ้าของร้านบะหมี่ฮอกไกที่ซัปโปโร
และทานบะหมี่น้ำสามชามของร้านฮอกไกด้วย"

สองตายายฟังไปพลาง พยักหน้าไปพลางด้วยน้ำตาคลอเบ้า
เถ้าแก่ร้านขายผักที่นั่งอยู่ตรงหน้าประตู
พยายามใช้แรงอย่างเต็มที่ที่จะกลืนบะหมี่คำที่คาอยู่ในปากลงไปในคอ
แล้วลุกขึ้นยืนพูดว่า "อ้าว…เถ้าแก่… เป็นอะไรไปหล่ะ
อุตสาห์เตรียมการมาตลอดสิบปีเพื่อเฝ้าคอยวันนี้ "โต๊ะจอง"

ตัวนั้นไงที่พวกเถ้าแก่จองให้ลูกค้าที่จะมาตอนหลังสิบโมงของคืนวันสิ้นปีไง
รีบๆ ต้อนรับพวกเขาสิ เร็วเข้า"

ในที่สุดเถ้าแก่เนี้ยก็ได้สติ ตบไหล่ของเถ้าแก่ร้านขายผัก แล้วพูดว่า
"ยินดีต้อนรับค่ะ…เชิญนั่งข้างในค่ะ…นี่ตาเฒ่า…บะหมี่น้ำสามชามโต๊ะสอง"
เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ก็รีบปาดน้ำตาแล้วรับคำว่า
"ครับ..บะหมี่น้ำสามชาม"

หากดูกันตามจริงแล้ว
สิ่งที่เถ้าแก่ร้านบะหมี่ทั้งสองได้ให้ไปมันไม่ได้มีค่ามากมายอะไรเลย
มันเป็นแค่เพียงบะหมี่ไม่กี่ก้อน
คำพูดที่จริงใจและให้กำลังใจเพียงไม่กี่คำ
รวมทั้งคำอวยพรว่า "ขอบคุณค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)"ก็เท่านั้นเอง

แต่มันกลับให้ผู้ที่ถูกความจริงอันโหดร้ายบีบให้จมอยู่ในสถานการณ์คับขับได้ สามารถกลับมามีชีวิตอีกครั้ง นิทานเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า ---
อย่าพยายามมองข้ามตัวเอง
ตัวเราเองสามารถมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ได้

บางทีมันอาจจะเป็นแค่เพียงความใส่ใจความห่วงใยอันจริงใจของคุณเพียงเล็กน้อย เท่านั้น ก็สามารถนำพาเอาแสงสว่างอันเจิดจรัสอย่างไม่มีขีดจำกัดมาสู่โลกได้

ด้วยเหตุนี้ความหวังความใฝ่ฝันที่แรงกล้าของพวกเรา … เพื่อนพ้องทั้งหลาย …
อย่ามัวเห็นแก่ตัวกันหรือเสียดายมันอยู่เลย หวังว่านับแต่บัดนี้เป็นต้นไป

พวกเราจะสามารถมอบหัวใจแห่งความรักและความเมตตาที่เราอัดเก็บไว้ในใจมาเป็นเวลานานแสนนานนั้นมอบให้กับคนอื่นด้วยความเต็มใจ
จุดประกายแห่งความสว่างแก่โลก ….
ถึงแม้จะเป็นแสงเพียงริบหรี่เท่านั้น
แต่สำหรับคืนอันหนาวเหน็บอันเย็นยะเยือกของฤดูหนาว
มันเป็นประกายแห่งความอบอุ่นและแสงสว่างอันสุกสกาวจริง ๆ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------